หน้าหลัก
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register

อันตรายจากเสียงดัง

  ในโรงงานหลายประเภท เช่น โรงทอผ้า โรงเลื่อยไม้ โรงงานปั้มโลหะ ฯลฯ พนักงานต้องสัมผัสกับเสียงดังตลอดระยะเวลาการทำงาน ทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินและผลเสียอื่น ๆ ต่อ ร่างกายได้

อันตรายจากเสียง
          1. การสูญเสียการได้ยิน มี 2 ลักษณะ คือ
                 1.1 การสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราว เนื่องจากรับฟังเสียงดังมาก ๆ ในระยะเวลาไม่นานนัก ทำให้หูอื้อ ถ้าหยุดพักการได้ยินก็จะคืนสู่สภาพปกติได้
                 1.2 การสูญเสียการได้ยินแบบถาวร เกิดจากการที่ต้องรับฟังเสียงดังเป็นระยะเวลานาน ทำให้เซลล์ขนในหูชั้นในถูกทำลาย ทำให้รับฟังเสียงไม่ได้ เกิดหูตึง หูพิการ
           2. ผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ
                 - เกิดความรำคาญ หงุดหงิด เกิดความเครียด และเป็นโรคจิต โรคประสาทได้ง่าย
                 - รบกวนการนอนหลับ
                 - ทำให้เกิดโรคบางอย่าง เช่น โรคแผลในกระเพาะอาหาร คลื่นไส้อาเจียน ต่อมไธรอยด์เป็นพิษ
                 - ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
                 - เป็นอุปสรรคในการทำงานอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

เสียงดังแค่ไหนจึงจะเกิดอันตราย
        ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม กำหนดให้ระดับความดังของเสียงได้รับติดต่อกันไม่เกิน 90 เดซิเบล (เอ) ในระยะเวลาการทำงาน ไม่เกินวันละ 8 ชั่วโมงและไม่เกิน 80 เดซิเบล (เอ) หากทำงานเกินกว่าวันละ 8 ชั่วโมง ผู้ที่ทำงานที่มีเสียงดังตามที่กำหนดในมาตรฐานดังกล่าวข้างต้นนี้ จะมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียสมรรถภาพการได้ยินน้อยลงอีก หากสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันไว้ด้วย

วิธีป้องกันการสูญเสียสมรรถภาพการได้ยิน
       1. ปรับปรุงแก้ไข เพื่อลดเสียงจากเครื่องจักร อุปกรณ์หรือแหล่งที่ทำให้เกิดเสียงดัง
       2. สวมอุปกรณ์ป้องกันหูตลอดเวลาการทำงาน
       3. เผยแพร่ความรู้เพื่อให้พนักงานตระหนักถึงอันตรายของเสียงและประโยชน์ของการใช้อุปกรณ์ป้องกันหู
       4. ทดสอบสมรรถภาพการได้ยินของพนักงานที่ต้องสัมผัสกับเสียงดัง
       5. ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อไม่ให้ระดับความดังของเสียงเกินมาตรฐานที่กำหนด

ชนิดของอุปกรณ์ป้องกันระบบการได้ยิน
       1. ปลั๊กอุดหู (EAR PLUGS) จะสามารถลดเสียงที่มีความถี่สูงที่จะเข้าหูได้ถึง 25-30 เดซิเบล จึงสามารถใช้ป้องกันได้เพียงพอในที่ซึ่งมีระดับความดังของเสียงไม่เกิน 115-120 เดซิเบล
       2. ครอบหู (EAR MUFF) จะสามารถป้องกันเสียงได้สูงกว่าปลั๊กอุดหูประมาณ 10-15 เดซิเบล ซึ่งสามารถลดเสียงได้ 35-40 เดซิเบล ดังนั้นจึงใช้ป้องกันได้ในที่ซึ่งมีระดับความดังของเสียงถึง 130-135 เดซิเบล

  ขอบคุณข้อมูลจาก - ศูนย์อาชีวอนามัยและเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม จ.ระยอง





 
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
safetechthailand.net